ออกแบบก่อสร้าง โทร. 081-8162302 คุณสุรชัย
บริการ - ออกแบบ ออกแบบก่อสร้าง โทร. 081-8162302 ออกแบบสถาปัตย์ ออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบโครงสร้าง ออกแบบงานระบบ บริหารงานก่อสร้าง บริหารโครงการ (Project Management) วิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการ ส่งเสริมโครงการและการตลาด ประมาณการกระแสเงินสด จัดทำแผนการใช้เงิน (CASH FLOW) ประสานงานส่วนราชการ-เอกชน ขออนุญาต ตรวจงานก่อสร้าง (Inspection) ควบคุมงานก่อสร้าง (Supervision) ให้คำแนะนำด้านวิศวกรรม และสถาบันการเงินเพื่อการก่อสร้าง
นำทีมโดย... คุณสุรชัย
บทความที่นำมาลงยังไม่ใช่ตำราเป็นเพียงเอกสารทางวิชาการ อาจไม่สมบูรณ์ในการบันทึก
และต้องขออภัยที่ไม่ได้อ้างอิงที่มา
การบริหารงานก่อสร้าง
โดย คุณธวัชชัย สุทธิประภา
ผู้บริหารระดังสูงของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวอร์ดอปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
จากเอกสารประกอบการบรรยาย
Construction Management for Thai Construction Industry
จัดโดย CM/Kmutt..
เดิมงานก่อสร้างในประเทศไทย จะก่อสร้างโดยหน่วยงานก่อสร้างของหน่วยงานนั้นเอง เช่น ทางรถไฟ สร้างโดยการรถไฟ ( สมัยนั้นเรียกกรมรถไฟ) , ถนน สร้างโดยกรมทางหลวง , เขื่อน สร้างโดยกรมชลประทาน เป็นต้น เป็นการออกแบบ ควบคุมงาน และดำเนินการก่อสร้างโดย หน่วยงานนั้นๆเอง กรณีออกแบบหรือก่อสร้างที่ต้องใช้เทคนิคแปลกใหม่ก็จะจ้างผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาช่วย
ต่อมา สมัยหลังจากที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งกระทรวงพัฒนาการมารับผิดชอบงานก่อสร้าง ก็มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เกิดขึ้น โดยใช้เงินกู้จากธนาคารโลก ขณะเดียวกัน ในช่วงปี 2505 เป้นต้นมา มีสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย จึงมีงานก่อสร้างของทหารอเมริกันขึ้นมาก ทั้งท่าเรือ ถนน สนามบิน ซึ่งนับเป็นโครงการขนาดใหญ่กว่าที่เคยมีมา
หลังปี 2510 ก็เริ่มมีการประมูลสร้างทางสายบางนา-บางปะกง และทางสายเอเชีย โดยใช้เงินกู้ธนาคารโลกและต่อมา กรมชลประทานเริ่มมีนโยบายให้มีการประมูลก่อสร้างเขื่อนยางชุม เขื่อนกระเสียว การรถไฟ ฯ ประมูลสร้างทางสายฉะเชิงเทรา - สัตหีบ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ก็ประมูลสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนบางลาง และเขื่อนเขาแหลม เป็นสำคัญ
ฉะนั้น จึงพอสรุปได้ว่า การบริหารงานก่อสร้างเริ่มเห็นชัดเจนและเกี่ยวข้องกับภาคเอกชนกันมากขึ้น เมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา และหลังจากโครงการใหญ่ที่มีการบริหารงานก่อสร้างที่ซับซ้อนขึ้น เกิดตามมาอีก เช่น งานขยายท่าอากาศยานดอนเมือง งานสร้างท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง งานสร้างทางด่วน ก็เกิดขึ้นตามกันมา ทำให้เห็นภาพของความจำเป็นและการพัฒนางานบริหารงานก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น
ต่อมา เราเริ่มเห็นโครงการที่เป็นงานออกแบบและก่อสร้าง เช่น ทางด่วน 2 งานสะพานข้ามแยก 15 แห่งในกทม. งานสร้างระบบขนส่งมวลชน ( Mass Rapid Transit = MRT) เช่นรถไปลอยฟ้า BTS ที่เสร็จเปิดใช้ปลายปี 2542 และรถไฟใต้ดิน MRTA ที่กำลังก่อสร้าง และจะเปิดใช้ใน 2 ปีข้างหน้า
งานออกแบบและก่อสร้างดังกล่าว เป็นงานขนาดใหญ่ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนในตัวเองมาก ซึ่งงานลักษณะนี้ก็จำเป็นต้องใช้การบริหารงานก่อสร้างเข้ามาช่วยอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารงานก่อสร้างจึงนับเป็นหัวใจของการบริหารโครงการขนาดใหญ่
อีกนัยหนึ่ง ก็อาจจะกล่าวได้ว่า ความยุ่งยากซับซ้อนของงานก่อสร้าง เป็นเหตุให้เกิดการพัฒนาการบริหารงานก่อสร้าง เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหา
ความยุ่งยากซับซ้อน ( Complexity) และขนาดของงาน ( Work Load) เป็นตัวบ่งชี้ลำดับขั้นของความต้องการการบริหารงานก่อสร้าง
ความยุ่งยากซับซ้อน ( Complexity) นี้ แบ่งได้เป็น
1. ความยุ่งยากซับซ้อนในตัวของงานเอง ( Nature of Works)
2. ความยุ่งยากซับซ้อนในระบบของการบริหารจัดการ
ความยุ่งยากซับซ้อนที่เป็นตัวบ่งชี้ความต้องการของการบริหารงานก่อสร้าง ที่มีประสอทธิภาพนั้น ลำดับได้ดังนี้
1. ความยุ่งยากซับซ้อนในตัวของงานเอง
1.1) งานก่อสร้างตามแบบที่ได้ออกแบบมาแล้ว ( Built)
- งานเหมารวม ( Lump Sum)
- งานวัดปริมาณจ่าย ( Unit Rate)
1.2) งานออกแบบและก่อสร้าง ( Desigh & Built)
- งานระบบเดียวโดดๆ เช่น โยธา , เครื่องกล หรือไฟฟ้า
- งานหลายระบบมารวมกัน โยธา + สถาปัตย์ + เครื่องกล + ไฟฟ้า
2. ความยุ่งยากซับซ้อนในระบบของการบริหารจัดการ
2.1) การควบคุมงานและการบริหารงานก่อสร้างของเจ้าของงาน
2.1.1) เจ้าของควบคุมงานเองทั้งหมด
2.1.2) เจ้าของงานคุม + วิศวกรที่ปรึกษา
2.1.3) เจ้าของงาน + ผู้รับสัมปทาน + วิศวกรที่ปรึกษา + วิศวกรอิสระ
2.2) การควบคุมงานและการบริหารงานก่อสร้างของฝ่ายผู้รับเหมา
2.2.1) มีผู้รับเหมาหลัก (Main Contractor) เพียงรายเดียว
2.2.2) มีผู้รับเหมาหลักเป็นกลุ่มเดียวกัน เป็น "กลุ่มร่วมค้า" ( Joint Venture)
2.2.3) ผู้รับเหมาหลักรวมกลุ่ม แต่แบ่งขอบเขตงานกันทำ เป็น "กลุ่มร่วมทำงาน" ( Consortium)
ในปัจจุบัน งานที่เห็นชัดเจนถึงความยุ่งยากซับซ้อนของโครงการดังกล่าวข้างต้น ที่กำลังดำเนินการอยู่ก็คืองานก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ( MRTA) ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนของโครงการทั้งในชนิดออกแบบและก่อสร้าง มีเจ้าของงาน + ผู้รับสัมปทาน + วิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการ + วิศวกรที่ปรึกษาควบคุมงาน และยังมีผู้รับเหมาที่จะต้องทำการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด อีก 6 สัญญา นับเป็นโครงการที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ( Complexity) และขนาดของงาน ( Work Load) ที่สูงยิ่งโครงการหนึ่ง
โครงการที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและขนาดของงานในระดับใกล้เคียงกับโครงการ MRTA ที่งานจบไปแล้ว คือ งานของรถไฟฟ้า BTS และงานที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนสูงอีกโครงการหนึ่งก็คือ โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร (Terminal) และอาคารเทียบเครื่องบิน ( Concourse) ของสนามบินสุวรรณภูมิ
งานที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและขนาดของงานใหญ่ ที่จะมีออกมาอย่างต่อเนื่องในอนาคต ตามแผนงานและนโยบายของรัฐบาล คือ งานส่วนตัวขยายระบบขนส่งมวลชน ทั้งโครงการ BTS และ MRTA รวมทั้งโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟฟ้ายกระดับในกรุงเทพมหานคร ( Bangkok Railroad Improvement Project - BRIP ) ซึ่งโครงการลักษณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารก่อสร ้างที่มีประสิทธิภาพ ทั้งฝ่ายเจ้าของงานและฝ่ายกลุ่มผู้รับเหมา
การบริหารงานก่อสร้างของโครงการขนาดใหญ่ที่ผ่านมาวิศวกรไทยต้อง ทำงานร่วมกับวิศวกรต่างชาติเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกบุคลากรหลักที่ต้องใช้วิชาชีพและประสบการณ์ ก็มักจะเป็นวิศวกรต่างชาติต่อมาเมื่อวิศวกรไทยมีประสบการณ์มากขึ้น ประกอบกับมีการเปิดสอนโครงการวิศวกรรมและการก่อสร้างเป็นการเฉพาะ ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของไทยหลายแห่ง และบางแห่งก็ทำการสอนโดยความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยที ่มีชื่อเสียงของโลก เช่นทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมมือกับ Massachusett Institute of Technology (MIT) เป็นต้น การสอนที่มีหลักสูตรเป็น Professional Degree ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้วิศวกรที่จบหลักสูตรสามารถที่จะนำไปพัฒนาใช้ในการทำงานบริหารงาน ก่อสร้างโครงการใหญ่ให้เกิดผลดี เป็นที่ยอมรับได้รวดเร็วขึ้น ประกอบกับมีวิศวกรไทยที่จบจากต่างประเทศที่ได้ปฏิบัติงาน มีประสบการณ์จากต่างประเทศมาก่อน ได้เข้ามาทำงานในประเทศมากขึ้น ทำให้วิศวกรไทยมีบทบาทสำคัญ เป็นบุคคลากรหลักแทนวิศวกรต่างชาติในโครงการมากขึ้นอย่างรวดเร็ ว
วิศวกรไทยมีความสามารถที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร ์ การวางแผนและควบคุมงาน การบริหารคุณภาพงานก่อสร้าง การเพิ่มผลผลิตในงานก่อสร้าง และระบบสารสนเทศสำหรับโครงการ ( Project Information System) ได้เป็นอย่างดี แต่จุดอ่อนของวิศวกรไทยที่ยังต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเนื่อง นอกเหนือจากด้านภาษาอังกฤษ คือ การให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย ความเข้าใจเรื่อง สิทธิ หน้าที่ของตนเองและคู่สัญญาและการทำงานเป็นทีม
หน้าแรก
Comming soon...