www.thaidemolition.com

รื้อถอน รื้อถอนอาคาร ทุบตึก โทร. 081-8162302

Thaidemolition.com คือเว็บไซท์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการ รื้อถอน รื้อถอนอาคาร ทุบตึก และรวบรวมเรื่องราว ความปลอดภัย ตลอดจนให้บริการงาน รื้อถอน รื้อถอนอาคาร ทุบตึก แนะนำผู้รับเหมา รื้อถอน รื้อถอนอาคาร ทุบตึก ที่เหมาะสม สะดวก ประหยัด ปลอดภัย ตลอดจนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ รื้อถอนอาคาร

บริษัท ไทยดีโมลีชั่น จำกัด ผู้สนับสนุนเว็บไซท์

รื้อถอน รื้อถอนอาคาร ทุบตึก โทร. 081-8162302 สะพาน ถนน โรงงาน โกดัง คลังสินค้า ตัดพื้น ตัดผนัง ขนย้ายเศษวัสดุ
แก้ไขอาคารทรุด โทร. 081-8162302 ยกระดับอาคาร เสริมฐานราก แก้ไขอาคารวิบัติ
บริการของเรา
โทร. 081-8162302 คุณสุรชัย

รื้อถอน ทุบตึก

รื้อถอนอาคาร

แก้ไขอาคารทรุด

ประมูล โรงงาน

รื้อปรับปรุงอาคาร

Coring Concrete

Wall & Wire Saw

ขนย้าย เศษวัสดุ

ค้าเหล็ก ค้าของเก่า

รับซื้อของเก่า

แบคโฮให้เช่า

รับถมที่

รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

บริการพิเศษ ฟรี

ประมาณราคา

ขออนุญาต

ประกันภัย

วิศวกรให้คำแนะนำ

 

 

ออกแบบก่อสร้าง โทร. 081-8162302 คุณสุรชัย

บริการ - ออกแบบ ออกแบบก่อสร้าง โทร. 081-8162302 ออกแบบสถาปัตย์ ออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบโครงสร้าง ออกแบบงานระบบ บริหารงานก่อสร้าง บริหารโครงการ (Project Management) วิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการ ส่งเสริมโครงการและการตลาด ประมาณการกระแสเงินสด จัดทำแผนการใช้เงิน (CASH FLOW) ประสานงานส่วนราชการ-เอกชน ขออนุญาต ตรวจงานก่อสร้าง (Inspection) ควบคุมงานก่อสร้าง (Supervision) ให้คำแนะนำด้านวิศวกรรม และสถาบันการเงินเพื่อการก่อสร้าง

นำทีมโดย... คุณสุรชัย

 

บทความที่นำมาลงยังไม่ใช่ตำราเป็นเพียงเอกสารทางวิชาการ อาจไม่สมบูรณ์ในการบันทึก

และต้องขออภัยที่ไม่ได้อ้างอิงที่มา

 

การวิเคราะห์โครงการทางด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ และสังคม

 

การวิเคราะห์โครงการทางด้านการเงิน

  • โครงการ Mega-Project ในหลายๆโครงการนั้นว่ากันว่ายังไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งทางด้านเศรษฐศาสตร์และทางด้านการเงิน
  • การประเมินทางด้านการเงิน (Financial Analysis) เป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่เอกชนให้ความสนใจในการตัดสินใจลงทุน โดยพิจารณาถึงเงินที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุน และกำไรที่จะได้รับ โครงการภาครัฐเองก็คงจะหลีกเลี่ยงการประเมินทางด้านนี้ไม่ได้
  • การประเมินทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economic Analysis) เป็นการประเมินที่ภาคเอกชนไม่ให้ความสนใจ แต่จะเหมาะสมกับโครงการของภาครัฐบาล (หรือรัฐสนับสนุนให้เอกชนทำ) ซึ่งจะวิเคราะห์ว่าทรัพยากรที่จัดสรรจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างไรบ้าง และมีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
  • หลายโครงการของรัฐบาลได้ระเมินทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง (Social, Political, and Environmental Aspects) ด้วย เช่นหลายโครงการเพื่อการหาเสียง หลายโครงการเพื่อแก้ปัญหาทางอาชญากรรม

การวิเคราะห์ทางการเงิน

แหล่งเงินทุนของโครงการ

  • ในการวิเคราะห์ทางการเงินจะต้องเข้าใจถึงแหล่งเงินทุนหรือที่มาของเงินทุนของโครงการ
  • เป็นที่แน่ชัดว่าการจัดการเงินสำหรับโครงการจะครอบคลุมใน 2 ประเด็นใหญ่คือ
  • หน้าที่ในการจัดหาเงินทุนมาใช้ในโครงการ (Acquisition)
  • หน้าที่ในการจัดสรรเงินทุนของโครงการ (Allocation)
  • ผู้บริหารโครงการจะต้องพยากรณ์ความต้องการเงินทุนของโครงการทั้งในแง่ของจำนวนเงินและระยะเวลาที่ต้องใช้เงินทุนนั้น (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) โดยสามารถจำแนกแหลางเงินทุนได้เป็น
  • แหล่งเงินทุนจากหนี้สิน เช่นเจ้าหนี้การค้า ตั๋วเงินจ่าย การออกหุ้นกู้ หรือการกู้เงินจากสถาบันการเงิน
  • แหล่งเงินทุนจากส่วนของเจ้าของ เช่นการออกหุ้นทุน

ต้นทุนเงินทุนของโครงการ

  • โครงการอาจจัดหาเงินทุนจากแหล่งเดียวหรือจากหลายแหล่งซึ่งจะมีรูปแบบของต้นทุนที่แตกต่างกัน เช่น
  • เงินทุนที่ได้จากการก่อหนี้ระยะยาจะต้องเสียต้นทุนในรูปของอัตราดอกเบี้ย เรียกว่า Cost of Debt ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น Floating Rate หรือ MLR+1
  • เงินทุนที่ได้จากการออกหุ้นจะต้องจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในรูปของเงินปันผล
  • นอกจากดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้แล้ว ในการกู้ยืมเงินอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วยจนทำให้เงินที่ได้รับอาจไม่เต็มจำนวน เช่นค่าจดจำนอง ค่าจัดเตรียมโครงการ ผู้บริหารโครงการควรที่จะต้องพยากรณ์แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยด้วย

ในการคำนวณต้นทุนจำเป็นที่จะต้องคิดค่าใช้จ่ายส่วนนี้เข้าไปด้วยโดยมีสูตรดังนี้

K = I/P

K = ต้นทุนของเงินกู้ยืมระยะยาว

I = ดอกเบี้ยจ่ายต่อปี (บาท)

P = เงินกู้ยืมสุทธิ (บาท) ซึ่งหามาได้จากจำนวนเงินกู้หักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นนอกจาก

อัตราดอกเบี้ยจ่าย

ตัวอย่าง : โครงการลงทุนหนึ่งตัดสินใจใช้เงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยที่คิดคือร้อยละ 5 ต่อปี และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมอื่นๆอีก 50 , 000 บาท จงคำนวณหาเงินกู้ระยะยาว

K = I/P

K = (5% x 1,000,000) / (1,000,000-50,000)

= 50,000/905,000

= 0.0552 หรือ 5.52 % คือต้นทุนในการกู้ยืมเงินระยะยาวต่อปี

ในกรณีที่ใช้วิธีการออกหุ้นกู้ อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้บนใบหุ้นกู้จะเป็นอัตราที่ไม่ขึ้นลงตามสภาวะตลาด (Face Value) แต่ราคาขายจะขึ้นอยู่กับภาวะตลาด นอกจากนี้การออกหุ้นกู้อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วยซึ่งมีผลทำให้ราคาขายสุทธิของหุ้นกู้ที่จำน่ายได้มีค่าน้อยลงไปอีก สูตรในการคำนวณหาต้นทุนของการออกหุ้นกู้คือ

Kd = ต้นทุนของการออกหุ้นกู้

I = ดอกเบี้ยจ่าย

F = ราคาที่ตราไว้ของหุ้นกู้

P = ราคาขายสุทธิของหุ้นกู้

n = ระยะเวลาไถ่หอนหุ้นกู้

โครงการเดิมตัดสินใจลงทุนโดยการออกหุ้นกู้จำหน่ายให้ได้เงิน 1 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีค่าที่ตราไว้ในหุ้น 500 บาทซึ่งซึ่งจะออกจำหน่ายจำนวน 2000 หุ้นกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาไถ่ถอนคือ 10 ปี คาดว่าจะขายได้ราคาหุ้นละ 530 บาท แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขายหุ้นละ 50 บาท จงคำนวณหาต้นทุนของหุ้นกู้นี้

I = 5% x 500 = 25, F = 500, P = 530 – 50 = 480, n = 10

= 0.0551 หรือ 5.51 % คือต้นทุนต่อปีของการออกหุ้นกู้

นอกจากการก่อหนี้แล้ว โครงการสามารถจัดสรรเงินทุนได้จากการออกหุ้นทุน ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญ โดยหุ้นบุริมสิทธิผู้ออกจะต้องกำหนดเงินปันผลเป็นอัตราคงที่ โดยต้องระบุไว้บทหน้าหุ้น นอกจากนี้การออกหุ้นบุริมสิทธิจำหน่ายอาจมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นด้วย

  • มีลักษณะเหมือนหนี้ระยะยาวตรงที่ระบุจ่ายเงินปันผลในอัตรคงที่และไม่มีอายุการไถ่ถอน
  • โดยต้นทุนจะคำนวณจากผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับ

Kp = D/P

Kp = ต้นทุนของหุ้นบุริมสิทธิ

D = เงินปันผลของหุ้นุริมสิทธิ (บาท)

P = ราคาขายสุทธิของหุ้นบุริมสิทธิ (บาท)

ตัวอย่าง : โครงการเดิมตัดสินใจจัดสรรเงิน 1 ล้านบาทโดยวีออกหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 100 , 000 หุ้น ราคาที่ตราไว้หน้าหุ้นคือ 10 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 8% คาดว่าจะขายได้ในราคาหุ้นละ 12 บาท เสียค่าใช้จ่ายในการขายร้อยละ 5 ของราคาขาย จงคำนวณหาต้นทุนของหุ้นบุริมสิทธิดังกล่าว

ต้นทุนของการออกหุ้นบุริมสิทธิ

Kp = D/P

โดยที่ D = 8% x 10 = 0.8

P = 12 – (5% x 12) = 11.4

ดังนั้น Kp = 0.8/11.4 = 0.0702 หรือ 7.02 %

เป็นต้นทุนของหุ้นบุริมสิทธิต่อปี

การจัดสรรเงินทุนในการออกหุ้นสามัญ จะต้องจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ซื้อหุ้นเป็นการตอบแทน โดยที่อัตราเงินปันผลจะไม่คงที่ แต่จำขึ้นลงตามผลประกอบการ ดังนั้นในการคำนวณหาต้นทุนของหุ้นสามัญจึงต้องคาดคะเนอัตราการเพิ่มของการจ่ายเงินปันผล (Growth rate) ด้วย นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการขายหุ้นสามัญอีกด้วย

Kc = (D/P)+g

Kc = ต้นทุนของหุ้นสามัญ

D = เงินปันผลของหุ้นสามัญ (บาท)

P = ราคาขายสุทธิของหุ้นสามัญ

g = อัตราการเพิ่มคงที่ของการจ่ายเงินปันผล

ต้นทุนของการออกหุ้นสามัญ

โครงการลงทุนตัดสินใจหาเงินทุน 1 ล้านบาทโดยการออกหุ้นสามัญจำนวน 100 , 000 หุ้น ราคาที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.5 บาท โดยมีอัตราเพิ่มคงที่ของเงินปันผลเป็น 5 % และคาดว่าจะขายได้ในราคาหุ้นละ 12 บาท โดยเสียค่าใช้จ่ายร้อยละ 10 ของราคาขาย จงคำนวณหาต้นทุนของการออกหุ้นสามัญนี้

Kc = (D/P) + g

D = 1.5 P = 12-(10% x 12) = 10.8

g = 0.05

แทนค่า Kc = (1.5/10.8) + 0.05 = 0.889 หรือ 18.89 % ต่อปี

สรุปต้นทุนจากแหล่งเงินทุน

  • ทั้งนี้การวิเคราะห์โครงการทางด้านการเงิน มักที่จะต้องวิเคราะห์ทางด้านต้นทุนทางการเงินด้วย
  • หนึ่งในต้นทุนทางการเงินนั้นก็คือต้นทุนจากการหาแหล่งเงินทุน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท
  • ทั้งนี้โครงการรัฐบาลอาจมีต้นทุนทางการเงินที่แตกต่างจากโครงการในภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณอัตราดอกเบี้ย ความสามารถในการกู้เงินจากต่างประเทศ หรือการหารายได้จากการเก็บภาษีอากรเป็นต้น
  • แต่อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยในการที่จะพิจารณาในการวิเคราะห์โครงการได้

การศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านการเงิน

การวิเคราะห์ทางการเงิน

  • นอกเหนือจากการวิเคราะห์ทางด้านการตลาดและทางด้านเทคนิคแล้ว การวิเคราะห์ทางการเงินนี้จะเน้นทางด้านโครงการลงทุนทางด้านเอกชนเป็นสำคัญเนื่องจากโครงการจะมุ่งที่ความสามารถในการทำกำไร
  • ในการวิเคราะห์ทางการเงินจะประกอบไปด้วย

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน

การประเมินค่าโครงการลงทุน

1. การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน

เป็นการวางแผนทางการเงินเพื่อให้ทราบถึงฐานะทางการเงินของโครงการว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดีเพียงใด รวมถึงศักยภาพในการทำกำไร โดยจะมีอัตราส่วนสำคัญที่ใช้คือ

  1. อัตราส่วนที่แสดงถึงสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
  2. อัตราส่วนที่แสดงถึงโครงสร้างทางการเงิน (Leverage Ratio)
  3. อัตราส่วนที่แสดงถึงศักยภาพในการดำเนินการ (Efficiency Ratio)
  4. อัตราส่วนที่แสดงถึงศักยภาพในการทำกำไร (Profitability Ratio)

3 หน้า : [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

หน้าแรก

เมนู

เกี่ยวกับเรา

หน้าแรก

ความเป็นมา

วัตถุประสงค์

นโยบาย

ผู้สนับสนุน

ติดต่อเรา

เกี่ยวกับการรื้อถอน

the myth of

' DEMOLITION '

บทความ

รูปภาพ

ประเภทการรื้อถอน

กฎหมาย

การขออนุญาต

การรื้อถอนเบื้องต้น

บันทึกโครงการ

Implosion คืออะไร

ถาม-ตอบ FAQ

ปัญหาการรื้อถอน

ความปลอดภัย

สาระน่ารู้

 

 

รวมลิงค์

www.mtech.co.th

www.saisombat.com

www.khoosri.com

www.girar.co.th

www.piyamitrgroup.com

www.spdemolition.com

www.sahamitgroup.com

www.terexgroup.com

www.baucon-contractor.com

www.promilliondemolition.com

www.tungmunkong.com

www.thongkarnchang.com

www.tumcivil.com

Thaiengineering

Thaibuild

ปภ.กระทรวงมหาดไทย

สภาวิศวกร

ว.ส.ท.

ภาพน่าสนใจ
 

ติดต่อ thaidemolition
โทร. 02-9448031-3 แฟ็กซ์ 02-9448032
Mobile: 081-8162302 คุณสุรชัย Civil Engineer

4/14 หมู่ที่ 7 ถ. นวมินทร์ คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230.

 
we dare not forget " DEMOLITION "
Site is Under Development...Comming soon...